เกี่ยวกับสมาคม
 
 
 

กฎระเบียบข้อบังคับ

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ รายนามนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
ทีมงานผู้บริหาร รายนามคณะที่ปรึกษา รายนามคณะทำงาน
กฎระเบียบข้อบังคับ        


ข้อ 1 ชื่อสมาคม
สมาคมนี้ให้ชื่อว่า “ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ” ชื่อย่อว่า “ ส . ผ . ส .” ชื่อในภาษาอังกฤษว่า “THE SWINE RAISERS ASSOCIATION OF THAILAND ” ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “SAT”


ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคม
สมาคมนี้ใช้เครื่องหมายดังแบบข้างล่างนี้
 


ข้อ 3 วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของสมาคมมีดังนี้คือ
3.1

เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ความสามารถในการเลี้ยง และปรับปรุงพันธุ์สุกร

3.2 เพื่อร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมพัฒนาการเลี้ยงสุกร โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ และอื่น ๆ
3.3 เพื่อเป็นศูนย์กลางทะเบียนฝูงสุกรพันธุ์แท้ของสมาชิก มุ่งปรับปรุงพันธุ์สุกรให้เกิดเอกลักษณ์ประจำชาติ
3.4 เพื่อสนับสนุน และหาทางจัดการให้กิจการอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของประเทศให้ก้าวหน้าเป็นอุตสาหกรรม ที่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
3.5 เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม ปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น เช่นการอนุรักษ์ การใช้พลังงานซึ่งเกิดจากมูลสุกรหรือสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และอื่น ๆ
3.6 ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีสอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ
3.7 ไม่เกี่ยวข้องในทางการเมือง


ข้อ 4 ที่ตั้งสำนักงาน
315/116 อาคารฟอร์จูนคอนโด อาคาร 1 ชั้น 5 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120


ข้อ 5 ประเภทของสมาชิก
ประเภทของสมาชิกแบ่งออกตามรายการต่อไปนี้
5.1

สมาชิกสามัญ คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ประกอบการเลี้ยงสุกร หรือกิจการที่เกี่ยงข้องกับธุรกิจการเลี้ยงสุกรโดยคณะกรรมการบริหารของสมาคมได้พิจารณา แล้วเห็นสมควรรับเข้าเป็นสมาชิกได้

5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เชิญ หรือคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเชิญเข้าเป็นสมาชิก และได้รับคำตอบรับยืนยันยอมรับเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์เป็นลายลักษณ์อักษร


ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิก
6.1

เป็นผู้ที่เลี้ยงสุกร หรือมีอาชีพที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงสุกร

6.2 เป็นผู้ที่เห็นชอบตามวัตถุประสงค์ และยินดีปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของสมาคม
6.3 เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย หรือไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6.4 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ซื่อสัตย์ และเสียสละ
6.5 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.6 ไม่เป็นผู้ที่ถูกให้ออกหรือไล่ออกจากการเป็นสมาชิกมาก่อน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่


ข้อ 7 การรับเข้าเป็นสมาชิก
7.1

สมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์มของสมาคมโดยมีสมาชิกหนึ่งนายเป็นผู้รับรอง

7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ตอบรับการเชิญ


ข้อ 8 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
8.1

เมื่อสมาชิกได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการให้เข้าเป็นสมาชิกและได้ชำระค่าบำรุงแล้ว จึงถือว่าได้รับสิทธิในฐานะสมาชิกโดยสมบูรณ์

8.2 สมาชิกจะได้รับประโยชน์จากกิจการและสถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎข้อบังคับและระเบียบการที่คณะกรรมการบริหารได้วางไว้สำหรับสมาชิกแต่ละประเภท
8.2.1

สมาชิกมีสิทธิที่จะขอร้องต่อสมาคมให้ช่วยเหลือในเมื่อมีเหตุสมควร

8.2.2 สมาชิกมีสิทธิได้รับเอกสารและวารสารจากสมาคม
8.2.3 สมาชิกทุกประเภทมีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่
8.2.4 สมาชิกมีสิทธิขอเข้าฟังการประชุมคณะกรรมการบริหาร
8.2.5 สมาชิกมีสิทธิเสนอและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคม ต่อคณะกรรมการบริหารและต่อที่ประชุมใหญ่
8.2.6 สมาชิกทุกคนมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ มีสิทธิที่จะขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อบังคับนี้ และมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารงานของสมาคม


ข้อ 9 อัตราค่าบำรุงสมาคม
9.1

ค่าธรรมเนียมแรกเข้าผู้สมัครเป็นสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าให้แก่สมาคมคนละ 100 บาท ( หนึ่งร้อยบาทถ้วน ) ในวันยื่นใบสมัคร

9.2

ค่าบำรุงสมาคม สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงแก่สมาคมแต่อย่างใด สมาชิกต้องเสียค่าบำรุงรายปีดังนี้

9.2.1

ค่าบำรุงปีละ 200 บาท

9.2.2 สมาชิกตลอดชีพค่าบำรุง 1,000 บาท อัตราค่าบำรุงของแต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งพิจารณาตามความเหมาะสมแก่สภาวะการณ์ของสมาชิก และความต้องการของสมาคม ประกอบด้วยโดยคณะกรรมการบริหารจะได้เสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา


ข้อ 10 การขาดสมาชิกภาพ
การขาดสมาชิกภาพเนื่องมาจากเหตุดังต่อไปนี้
10.1

ถึงแก่กรรม

10.2 ลาออก
10.3

ถูกให้ออก

10.4

ถูกไล่ออก

10.5 ค้างชำระค่าสมาชิก
(1)

การลาออก สมาชิกจะหมดสิทธิในฐานะสมาชิกเพราะลาออก ต่อเมื่อคณะกรรมการบริหารได้สอบสวนพันธะต่าง ๆ ที่สมาชิกมีต่อสมาคมนั้น ได้จัดการเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการได้อนุมัติให้ลาออก การลาออกนี้สมาชิกจะต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการสมาคม

(2) การให้ออก สมาชิกถูกให้ออกจากสมาคมเพราะเหตุ
(2.1)

ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามข้อ 6

(2.2) ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
(2.3) ไม่ยอมชำระหนี้สินให้แก่สมาคม ภายหลังจากได้รับคำเตือนเป็นลายลักษณ์ อักษรไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
(2.4) ละเมิดระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมโดยเจตนา แม้จะได้รับคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจากสมาคมแล้วก็ยังกระทำอยู่ เว้นแต่จะได้พิสูจน์ให้สมาคมเห็นว่ากระทำโดยเหตุผลอื่นที่สมควรกว่า
(3)

การไล่ออก สมาชิกถูกไล่ออกจากสมาคมเพราะเหตุ

(3.1) ทำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมทั้งชื่อเสียงและเกียรติคุณ
(3.2) ต้องคำพิพากษาของศาลให้จำคุก เว้นแต่ความผิดอันเป็นละหุโทษ หรือความผิดฐานประมาท
(3.3) แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสมาคมไม่ว่าด้วยประการใด ๆ
(3.4)

ประพฤติตนชั่วอย่างร้ายแรง เป็นที่รังเกียจของสมาชิก

ในกรณีที่สมาชิกต้องออกจากสมาคมไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ให้คณะกรรมการ จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนของสมาชิก แล้วเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ทราบในคราวประชุมครั้งต่อไป แต่ในกรณีให้ออกและไล่ออกนั้น คณะกรรมการต้องชี้แจงเหตุผลประกอบและถือปฎิบัติตามมติของที่ประชุมใหญ่


ข้อ 11 ระเบียบและวิธีดำเนินงานของสมาคม
สมาคมดำเนินงานโดย “ คณะกรรมการบริหาร ” มีจำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน ไม่เกิน 21 คน ประกอบด้วย
1

นายกสมาคม

2 อุปนายก
3 เลขาธิการ
4 เหรัญญิก
5 นายทะเบียน
6 ประชาสัมพันธ์
7 ปฏิคม
8 ฝ่ายวิชาการ
9 ฝ่ายสมาชิกภาพ

นอกนั้นเป็นกรรมการให้ดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม การเลือกตั้งคณะกรรมกาบริหารเป็นอำนาจของที่ประชุม

ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งนายกคนเดียว กรรมการอื่น ๆ ให้อำนาจแก่นายกคัดเลือกและจัดสรรตำแหน่ง

อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นนายกสมาคมกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง

คณะกรรมการบริหารอาจจะลงมติเชิญกรรมการที่ปรึกษาได้อีกตามจำนวนอันสมควร คณะกรรมการบริหารจะอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยออกตามวาระเมื่อถึงสมัยประชุมใหญ่สามัญ แต่ที่ประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะลงมติให้ออกได้ทั้ง คณะในระยะเวลายังไม่ถึงกำหนด 2 ปี ก็ได้ ในกรณีที่ออกก่อนวาระนี้ให้ที่ประชุมใหญ่วิสามัญเลือกตั้งคณะกรรมการขึ้นบริหารงานใหม่แทนคณะกรรมการชุดเก่าทันที คณะกรรมการชุดนี้ให้มีอายุสิ้นสุดเมื่อถึงวาระการประชุมสามัญ

ในการบริหารให้นายกสมาคมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่จัดการในกิจกรรมของสมาคมจากคณะกรรมการบริหาร หรือจากสมาชิกหรืออาจว่าจ้างผู้ที่มีคุณวุฒิเหมาะสมเข้าทำงานได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร


ข้อ 12 การประชุมและองค์ประชุม

การประชุมคณะกรรมการบริหารทุกคราว จะต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่าครึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม

ถ้านายกและอุปนายกมิได้มาประชุมตามกำหนดเวลาที่ได้นัดหมายไว้ ก็ให้กรรมการที่มาประชุมนั้นเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในการประชุม

ข้อปรึกษาซึ่งเกิดปัญหาให้ถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

ในการประชุมใหญ่ปีหนึ่ง ๆ กำหนดให้มีวาระการประชุมสามัญ 1 ครั้ง แต่เมื่อสมาชิกจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มีอยู่ทั้งสิ้นในขณะนั้นเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ของสมาคมที่จะให้มีการประชุมใหญ่ ก็ย่อมมีสิทธิที่จะร่วมกันทำคำร้องต่อสมาคมเพื่อเรียกประชุมวิสามัญได้

ในการประชุมทุกคราวต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดในขณะนั้น ( รวมทั้งคณะกรรมการบริหารด้วย ) จึงจะนับเป็นองค์ประชุม หากสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมให้ที่ประชุมเลื่อนเวลาการประชุมออกไปอีก 1 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดเวลาจะมีสมาชิกมาประชุมจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม


ข้อ 13 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสมาคม
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมจะต้องทำโดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น


ข้อ 14 การเงินของสมาคม

ให้เหรัญญิกรับรักษาเงินสดของสมาคมไว้ เพื่อใช้จ่ายในธุรกิจของสมาคมได้ในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน ) ส่วนที่เกินไปนั้นให้ฝากธนาคารไว้ในนามของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

การเบิกและถอนเงินจากธนาคารให้อยู่ในอำนาจของนายกหรืออุปนายกหรือเหรัญญิกเป็นผู้ลงลายมือชื่อร่วมกัน 2 คน

การจ่ายเงินเกินกว่า 10,000 บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน ) ให้เสนอคณะกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป

สมาชิกของสมาคมมีสิทธิที่จะถามหรือขอทราบฐานะการเงินหรือตรวจสอบเอกสารของสมาคมได้ตามโอกาสอันควร

 


ข้อ 15 การเลิกสมาคม
เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่ากรณีใด ๆ และได้รับการชำระบัญชีแล้ว ถ้าทรัพย์สินมีเหลืออยู่เท่าใด ให้มอบทรัพย์สินนั้นเป็นสิทธิแก่ทางราชการกรมปศุสัตว์เพื่อบำรุงพันธุ์สุกรต่อไป

 
 
 
หน้าแรก | เกี่ยวกับสมาคม | ภาวะราคา | กิจกรรมสมาคม | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ปฏิทิน | วิชาการ | ติดต่อสมาคม | คำถามที่พบบ่อย
Copyright © 2004. The Swine Raisers Association of Thailand All rights reserved